ตรงนี้เดี๋ยวนี้ เข้าใจอะไร


    ผู้ฟัง ธรรมชาติของมนุษย์ ต้องการสิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอ ถ้ามีโอกาส สมควรไหมที่จะต้องศึกษาหลายๆ ศาสนา

    ท่านอาจารย์ ศาสนาอะไรที่สอนเรื่องความจริงเดี๋ยวนี้ ที่มีจริงๆ ให้เข้าใจถูกต้อง

    ผู้ฟัง ก็ศาสนาอื่นผมไม่เคยศึกษาเลย

    ท่านอาจารย์ เพราะฉะนั้น เรามีชีวิตยาวหรือสั้น เกิดมาก็ไม่รู้จะจากโลกนี้ไปเมื่อไร สิ่งที่สำคัญที่สุดมีประโยชน์ที่สุดคืออะไร

    ผู้ฟัง การรู้จักความจริง

    ท่านอาจารย์ เพราะฉะนั้นผู้ที่รู้จักว่าอะไรคือสิ่งที่น่าจะศึกษาก็ศึกษา หมดปัญหาว่าทำไมยังต้องศึกษา ใช่ไหมคะ

    ผู้ฟัง ครับ

    ท่านอาจารย์ ศึกษาวันเดียวพอไหมคะ วันนี้วันเดียวพอไหมคะ

    ผู้ฟัง หลักสูตรรัฐบาลต้องเรียนกัน ๓ ปี การศึกษาเรื่องราวของพระพุทธศาสนาจะเริ่มต้นตรงไหนก่อน เรื่องอะไรก่อน หรือว่าจะศึกษาเรื่องสติปัฏฐาน เลยทีเดียว เพราะว่าอาจารย์แสดงเรื่องสติปัฏฐานมาตลอดเลย

    ท่านอาจารย์ แล้วเวลานี้เข้าใจอะไรแค่ไหน เอาเราเข้าใจจริงๆ ยังไม่ต้องไปคิดถึงข้างหน้า คิดถึงตรงนี้เดี๋ยวนี้ว่า เราเข้าใจอะไร หรือยังไม่ได้เข้าใจอะไรมากพอ เดี๋ยวได้ยินชื่อ ปฏิจจสมุปบาท เราจะศึกษาปฏิจจสมุปบาทดีไหม พอได้ยินปัจจัย เราศึกษาปัจจัยดีไหม พอได้ยินอริยสัจ ๔ เราจะศึกษาอริยสัจ ๔ ดีไหม ไม่ใช่อย่างนั้นเลย นั่นชื่อ แต่ตัวธรรมคือเดี๋ยวนี้ หนีไม่พ้นเลยทั้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้ายังไม่เข้าใจว่าเป็นธรรม ก็ฟังเรื่องนามธรรมกับรูปธรรม ๒ เรื่องให้เข้าใจละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะว่าไม่ใช่เราจะปฏิบัติ หรือว่าจะมีปัญญา แต่ต้องเป็นความเข้าใจถูกซึ่งอบรมให้มากขึ้นๆ ๆ เพราะว่าเราตั้งต้นด้วยคำว่า “อนัตตา” กับ “ธรรม” ไม่มีในศาสนาอื่น ธรรมทั้งหลาย ธรรมทั้งหมด ไม่เว้นเลยสักอย่างเดียว เป็นอนัตตา เริ่มต้นตรงนี้

    เพราะฉะนั้น ถ้าเริ่มต้นตรงนี้แล้วเข้าใจความจริงอย่างนี้ ก็มีแต่สภาพที่มีจริงๆ แล้วมีการเข้าใจถูกต้องว่า ความรู้ ความเข้าใจแค่นี้ไม่พอ เพราะฉะนั้น ขณะนั้นก็เป็นความเห็นถูกซึ่งจะฟังเพิ่มขึ้น จะพิจารณาเพิ่มขึ้น จะศึกษาเพิ่มขึ้น จนเป็นความเข้าใจ เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องไปกังวลชื่อว่า จะต้องศึกษาอะไรก่อน ศึกษาสภาพธรรมที่มีจริงๆ ขณะนี้ รูปธรรมกับนามธรรมคล่องแคล่วดีแล้ว ใช่ไหมคะ

    ผู้ฟัง เข้าใจแล้วครับ

    ท่านอาจารย์ เข้าใจ เคยได้ยินคำว่า ปรมัตถธรรมไหมคะ

    ผู้ฟัง เคยได้ยินจากอาจารย์ครับ

    ท่านอาจารย์ เคยได้ยินคำว่า อภิธรรม ไหมคะ

    ผู้ฟัง เคยได้ยินครับ

    ท่านอาจารย์ ที่มีพระไตรปิฎก ไตร คือ ๓ ปิฎก คือ รวบรวมคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็น ๓ หมวด ๓ ตระกร้า หรือจะใช้คำว่าอะไรก็ได้ ก็เพราะเหตุว่าคำสอนของพระองค์มีหลายนัย แต่เมื่อประมวลแล้วเป็น ๓ คือ เป็นพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ทั้งหมดเป็นคำสอน แต่ก็คือธรรมทั้งหมด แม้แต่วินัยก็เป็นธรรมด้วย พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระสาวกที่ทรงแสดงไว้ หรือแม้แต่คนอื่นก็มีที่ไปเฝ้าที่พระวิหารเชตวัน แล้วก็ทรงแสดงว่า อดีตชาติเคยเป็นใคร ทำอะไรมาก่อน เพราะฉะนั้น การเกิดมีจริง ไม่ใช่มีชาติเดียว เพราะฉะนั้น เมื่อมีหลายๆ ชาติ ก็ทรงแสดงชาติต่างๆ หรือพระชาติต่างๆ ด้วย ก็เป็นสิ่งที่มีจริง ชาติไหนก็จะพ้นจากตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ได้ไหมคะ ชาติก่อนก็มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มีสุข มีทุกข์ มีเรื่องราวต่างๆ เพราะว่าถ้าเราไม่เห็นโทษของการที่เราต้องเกิด แล้วก็เห็น ได้ยิน ไปทุกชาติ ทุกชาติ สุข ทุกข์ แต่ละชาติก็เหมือนกันอย่างนี้ เมื่อไรจะจบ ไม่มีวันจบเลย ถ้าไม่มีพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงหนทางที่จะออกจากสิ่งซึ่งไม่เหลืออะไรเลย อย่างเราเกิดมาชาติหนึ่ง เราก็ต้องจากโลกนี้ไป ก่อนจากทุกขณะ ทุกสิ่งมีความสำคัญมาก รูปก็สำคัญมาก เสียงก็สำคัญมาก กลิ่น รสสำคัญมาก ตัวเราสำคัญมาก บุตร หลาน วงศาคณาญาติสำคัญมาก สำคัญ แต่ว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นไม่เหลือเลยสักขณะจิต

    นี่คือสิ่งที่คนมองไม่เห็น จะเห็นต่อเมื่อจากโลกนี้ไปแล้วว่า ไม่สามารถที่จะเอาอะไรไปได้ แต่ว่าตามความจริงทุกขณะว่างเปล่า เพราะเหตุว่าเกิดแล้วก็ดับ เกิดแล้วก็ดับ แต่การสืบต่อกับความไม่รู้ทำให้เรายึดมั่นว่ายังมีเรา แล้วก็มีของเรา แต่ถ้าเริ่มมีปัญญาแล้ว จะรู้ว่าเมื่อไรจะจบ กับความคิดซึ่งมีแต่ทุกข์ทั้งนั้นเลย ไม่ได้อย่างใจทั้งนั้นเลย ไม่มีใครซึ่งเกิดมาแล้วไม่มีทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ประการใดๆ ทั้งสิ้น แม้เพียงหิวก็ทุกข์แล้ว

    ผู้ฟัง กรณีที่มีงานฌาปนกิจศพในลักษณะนี้ ในฐานะที่เป็นชาวพุทธ สมควรที่จะพิจารณาธรรมในลักษณะไหนครับ

    ท่านอาจารย์ ทุกโอกาส ไม่จำเป็นต้องเฉพาะที่นี่ หรือที่นั่นเลย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มีทั่วไปหมดเลย


    หมายเลข 9575
    18 ส.ค. 2567