พระนาลกะ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๖ - หน้าที่ 643
พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๑๘.
บทว่า สุตฺวาน โฆสํ ความว่า นาลกะนั้นรอ คอยอยู่อย่างนั้นได้ฟังเสียงประกาศที่พระชินสีห์ทรงประกาศธรรมจักกรอันประเสริฐโดย นัยมีอาทิว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบรรลุสัมโพธิญาณ โดยลำดับแล้วทรงประกาศ พระธรรมจักรในกรุงพาราณสี พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศธรรมจักรนั้นแล้ว พระผู้ มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุบัติแล้วหนอดังนี้ อันพวก เทวดาผู้หวังประโยชน์แก่ตนพากันมาบอกแล้ว บทว่า คนฺตฺวาน ทิสฺวา อิสินิสภํ ความว่า เมื่อทวยเทพทำการโกลาหลด้วยโมเนยยปฏิปทาอยู่ตลอด ๗ วัน พระผู้ มีพระภาคเจ้าทรงดำริว่า ในวันที่ ๗ นาลกะจักไปยังที่อยู่ของฤษีแล้วก็จักมา เรา จักแสดงธรรมแก่เขาดังนี้ นาลกะเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งเหนือวรพุทอาสน์ ด้วยความมุ่งหมายนี้ จึงได้เข้าไปเฝ้าพระชินสีห์ผู้องอาจกว่าฤษี. บทว่า ปสนฺโนคือมีจิตเลื่อมใสพร้อมกับการเห็นเท่านั้น. บทว่า โมเนยฺยเสฏฺ ปฏิปทา อันประเสริฐ ของมุนี คือ ญาณชั้นสูงสุด อันได้แก่มรรคญาณ. บทว่า สมาคเตอสิตวฺหยสฺส สา สเน คือในเมื่อคำสั่งสอนของอสิตฤษีมาถึงเข้า. ก็เมื่อใดนาลกดาบสประพฤติมรรค ธรรม เมื่อนั้นก็จะถูกอสิตฤษีไปถามแล้วสอนว่าท่านจงประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มี พระภาคเจ้านั้นเถิด. นี้แหละคือกาลนั้น. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สมาคเตอสิตวฺหยสฺส สาสเน ดังนี้. บทที่เหลือในคาถานี้ ปรากฏชัดแล้ว. พึงทราบการ พรรณนาวัตถุคาถานี้ไว้เพียงเท่านี้.