ดูนามดูรูป

 
chatchai.k
วันที่  11 พ.ย. 2564
หมายเลข  40149
อ่าน  65

ข้อสำคัญ คือ ถ้าเข้าใจเหตุถูกต้อง เจริญสติปัฏฐานถูกต้อง วันหนึ่งท่านย่อมสามารถรู้แจ้งอริยสัจธรรมได้ มิฉะนั้นแล้วท่านจะไม่รู้ความละเอียดของอกุศลธรรมที่หมักหมมอยู่ในจิตใจว่ามากมาย และเกิดขึ้นขณะใดบ้าง ถ้าสติไม่ระลึก ก็ไม่สามารถที่จะแยกสภาพธรรมที่ปรากฏในขณะนั้นว่า สภาพธรรมนั้นต่างกันเป็นสภาพธรรมแต่ละประเภท ถ้าไม่สามารถจะแยกได้ ก็รู้แจ้งอริยสัจธรรมไม่ได้เหมือนกัน เพราะเหตุว่าในโพชฌงค์นั้น มีธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ เป็นปัญญาที่แทงตลอดในสภาพธรรมที่ต่างกัน อกุศลธรรมก็เป็นอกุศลธรรม กุศลธรรมก็เป็นกุศลธรรม ชีวิตปกติธรรมดาที่บางขณะก็เป็นกุศล บางขณะก็เป็นอกุศล ซึ่งจะต้องมีธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เกิดร่วมกับสติสัมโพชฌงค์ จึงสามารถที่จะรู้แจ้งอริยสัจธรรมได้

ท่านผู้ฟังท่านหนึ่งกล่าวว่า ท่านดูนามดูรูป ซึ่งลักษณะของสติเป็นสภาพที่ระลึกรู้ ไม่ใช่ดู ผู้ที่รู้ว่าสติเป็นสภาพที่ระลึกรู้ ก็รู้ว่าขณะนั้นสติเกิด และรู้ลักษณะของสิ่งที่ปรากฏ ไม่ใช่เป็นตัวตนที่กำลังดู เพราะฉะนั้น ท่านผู้นั้นก็ยังไม่ได้พิจารณาความต่างกันโดยละเอียดของพยัญชนะ ท่านเข้าใจว่าท่านรู้นามรู้รูป จนกระทั่งวันหนึ่งไม่สบายมากโทรศัพท์มาเล่าว่า แต่ก่อนนี้มีความเข้าใจว่า มีความชำนาญในการดูนามในการดูรูป สามารถที่จะดูนามนั้น ดูรูปนี้ได้หลายนามหลายรูปทีเดียว แต่เวลาที่เกิดทุกขเวทนามาก ดูไม่เป็นเสียแล้ว งงไปหมด ไม่สามารถที่จะระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนั้นได้เลย เพราะฉะนั้น ท่านเป็นผู้ที่เคยอบรมสมาธิมา ท่านจึงเอาสมาธิเข้ามาช่วย ผู้ช่วยที่เป็นตัวตนมากมาย แม้แต่สมาธิ สมาธิก็เป็นผู้ช่วยอย่างดี แต่ไม่ใช่สติปัฏฐาน เพราะว่าถ้าเป็นผู้ที่มีปกติเจริญสติ กำลังมีทุกขเวทนาอย่างไรก็ตาม ท่านเป็นผู้ที่อบรมรู้ว่า สติเป็นสภาพที่เป็นอนัตตา สามารถที่จะระลึกรู้ได้ ไม่ใช่ดู ในขณะนั้นสติมีโอกาสที่จะระลึกรู้ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมที่กำลังปรากฏเพราะเคยอบรมมา จะไม่เอาสมาธิเข้ามาช่วย

ที่มา และ ขอเชิญรับฟัง

แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 204


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ