ไปหาอะไร ... ที่พระวิหารเชตวัน
ข้อความบางตอนจากเทปชุด "โสภณธรรม"
การไปนมัสการสังเวชนียสถานในครั้งนี้ ในขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไปในพระวิหารเชตวัน คือ การไปหา "ผ้าเช็ดธุลี" ฃึ่งเป็นคุณธรรมของ "ท่านพระสารีบุตร" ฃึ่งท่านเป็นผู้นอบน้อมอย่างยิ่ง เป็นอัครสาวกผู้เลิศทางปัญญา ยิ่งเป็นผู้มีปัญญามากเท่าใด ความอ่อนน้อมถ่อมตนยิ่งยิ่งมากเท่านั้น ในสมัยนี้การเข้าไปหาผ้าเช็ดธุลีในพระวิหารเชตวัน เป็นเพียงการระลึกถึง เพราะแต่ละบุคคลในสมัยนี้กว่าจะถึงความเป็นผ้าเช็ดธุลี ยังเป็นเรื่องที่อีกไกลแสนไกลทีเดียว
ผ้าเช็ดธุลี ท่านเปรียบเหมือน คนที่ไม่มีความสำคัญตนว่าเก่ง มีความรู้ความสามารถ ดีกว่าคนอื่นด้วยชาติ สกุล ทรัยพ์ ยศ ฯลฯ ท่านเปรียบผ้าเช็ดธุลีเหมือนคนจัณฑาล (ขอทาน) ไปไหนก็ไม่มีความหยิ่ง จะอ่อนน้อมถ่อมตน ปกติปุถุชนจะมีความสำคัญตน มีมานะ ท่านสอนให้ทำให้ตนเหมือนผ้าเช็ดธุลี ไม่หยิ่ง ไม่กระด้าง เป็นกุศล เป็นการขัดเกลากิเลส ค่ะ
ผู้ที่ชอบโอ้อวด เปรียบเสมือน empty vessel คือ ภาชนะที่กลวง ว่างเปล่า (ฝรั่งเค้าเปรียบเทียบไว้อย่างนั้นค่ะ) เพราะไม่ว่าจะหยอดอะไรลงไปก็ตาม แม้เพียงเล็กน้อย เสียงย่อมดังกว่าภาชนะที่เต็มแล้ว ผู้ที่ชอบโอ้อวด จึงเป็นผู้ที่พร่องอยู่เสมอ
ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
ขออนุโมทนาในกระทู้นี้ครับ การศึกษาธรรม ก็ไม่ใช่จุดประสงคอื่น คือ เพื่อขัดเกลากิเลสในชีวิตประจำวัน ตามธรรมดา เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ มากระทบ ก็ทนไม่ได้ เพราะความยึดถือว่าเป็นเรา ความสำคัญตน เป็นต้น แต่ถ้าเริ่มที่จะเป็นผู้ที่ว่าตัวเองเป็นคนธรรมดา ไม่ได้สำคัญอะไร ก็สบายมาก ใครอยากจะทำอะไรนั่นเรื่องของเขา เรามีหน้าที่คืออดทน เพราะเราจะไปตอบโต้ทำไม เปื้อนบาปเปล่าๆ ครับ ผ้าเช็ดธุลี ย่อมอดทนได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี
ที่สำคัญ ไม่ต้องรอไปหาที่อื่นหรอก เริ่มได้ขณะนี้ ที่ได้พบปะผู้คนหรือสิ่งที่ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ว่าเริ่มจะเป็นผ้าที่ยอมให้เช็ดสิ่งบางอย่างได้หรือยัง อดทนหรือเมตตากับคนอื่นหรือสิ่งๆ ต่างๆ ได้บ้างหรือยัง ดังนั้นก็อยากจะย้ำ ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ควรลืมการอบรมบารมีในชีวิตประจำวัน คือกุศลประการต่างๆ เช่น เมตตา ขันติ เป็นต้น ย่อมจะทำให้เป็นผ้าที่ยอมเช็ดสิ่งที่สะอาดและไม่สะอาดได้ โดยไม่หวั่นไหว เริ่มได้ครับ เพียงแต่จะเห็นประโยชน์ของบารมีประการต่างๆ หรือเปล่าเท่านั้นครับ
ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์