ไม่รู้ลักษณะของสติ

 
ธรรมทัศนะ
วันที่  9 ม.ค. 2568
หมายเลข  49353
อ่าน  46

ถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใดสงสัยว่า ขณะที่ขับรถยนต์นี้เจริญสติปัฏฐานได้ไหม แสดงว่าบุคคลนั้นไม่รู้ลักษณะของสติ ไม่รู้ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมตามความเป็นจริง


แม้แต่ขณะที่ขับรถยนต์ก็พูดคุยได้ แล้วทำไมสติจะเกิดระลึกรู้ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนั้นไม่ได้

ท่านที่เจริญสติปัฏฐานเป็นปกติและขับรถยนต์ทุกท่าน ไม่มีข้อสงสัยในเรื่องนี้เลย เหมือนปกติธรรมดาทุกอย่าง ตั้งแต่เริ่มเปิดประตูรถ คนที่จะขับรถยนต์กับคนที่ไม่ขับรถยนต์มีอะไรที่ต่างกัน ถ้าสติระลึกรู้ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น หรือทางกายแม้คนที่ไม่ได้ขับรถยนต์เปิดประตู สติเกิดได้ คนขับเปิดประตู สติก็เกิดได้ เมื่อนั่งลงไปแล้ว คนที่ไม่ได้ขับรถยนต์ ก็ระลึกรู้ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมในขณะนั้นได้แล้วทำไมคนที่จะขับจะระลึกรู้ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมในขณะนั้นไม่ได้ เพราะว่าก็เป็นแต่เพียงนามธรรมและรูปธรรมเท่านั้น เวลาติดเครื่อง กับคนที่ไม่ได้ขับรถยนต์ แต่เอื้อมมือไปจับสิ่งหนึ่งสิ่งใด มีอะไรที่ต่างกันที่สติจะระลึกรู้ไม่ได้

ที่มา และ ขอเชิญรับฟัง

ขณะที่ขับรถยนต์นี้เจริญสติปัฏฐานได้ไหม


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
สิริพรรณ
วันที่ 26 มี.ค. 2568

ขอถวายความนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า

ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุย่อมพิจารณา กายอันตั้งอยู่ตามที่ตั้งอยู่ ตามปกตินี้นี่แล โดยความเป็นธาตุว่า มีอยู่ในกายนี้ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม.ฯ

ขอเชิญอ่านจาก

มหาสติปัฏฐานสูตร

ท่านอาจารย์ คงไม่ลืมนะคะในมหาสติปัฏฐานสูตร จะมีข้อความที่กล่าวไว้ทุกบรรพว่า "เป็นผู้มีปกติเจริญสติปัฏฐาน" ถ้าทิ้งคำว่า "ปกติ" ก็ไม่สามารถที่จะรู้ลักษณะของสภาพความเป็น "อนัตตา" ของธรรมที่ปรากฏ เพราะฉะนั้น การที่จะเป็นผู้ที่รู้จริง อย่าลืมนะคะ "รู้จริง" คือ รู้ ลักษณะของสภาพธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย ตามปกติ ตามความเป็นจริง

ขอเชิญอ่านจากหัวข้อนี้

เป็นผู้มีปกติเจริญสติปัฏฐาน ... คืออย่างไร?

ความเข้าใจจากการฟังจึงรู้ว่า ทุกขณะมีแต่ธรรม ศึกษาความเป็นธรรมด้วยความเป็นปกติ ไม่เลือกสถานที่ และเวลา ขึ้นอยู่กับความเข้าใจจากการฟังจนมั่นคงทำกิจ สติจึงระลึกได้ แล้วจะไปทำอะไรให้ผิดปกติทำไม

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง

ขออนุโมทนาขอบพระคุณทุกท่านในธรรมทานด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
chatchai.k
วันที่ 26 มี.ค. 2568

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
talaykwang
วันที่ 31 มี.ค. 2568

"หนทางสู่การรู้แจ้ง จากสติ สู่ สติปัฏฐาน กว่าจะถึ งวิปัสสนาญาณ"

ขอถวายความนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย ด้วยเศียรเกล้า

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบขอบพระคุณและยินดียิ่งในกุศลผู้มีคุณทุกท่านทุกประการ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ